คาสิโนออนไลน์


คาสิโนออนไลน์

สมัครรับโบนัสคาสิโนออนไลน์

บาคาร่า

เว็บหวยออนไลน์

รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก เว็บหวยอันดับ1 รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก แทงบอล

รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก รับติดป้ายโฆษณา รับติดป้ายโฆษณา สล็อตรวมค่าย ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก ไนโตรเจนเหลว รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก รับรีโนเวท รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก

nxcasino

บาคาร่า

AFสูงสุดในไทย

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

สล็อตออนไลน์

เว็บสล็อต อันดับ1

1baccarat

สล็อต

สล็อตออนไลน์

ambbet

pgslot

slotxo

เว็บพนันอันดับ1

dreamgame

แทงบอลออนไลน์

สล็อต

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์

sbobet

eb88w.com

ดาฟาเบท

รับโบนัส100%

เกมส์ออนไลน์

บาคาร่า

nigoal

สล็อตออนไลน์

หวย ฮานอย

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

pg

pg slot

บาคาร่า

spinix99

เว็บตรง บริการรวดเร็วทันใจ ให้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย FINNBET พาคุณฟินง่ายๆเเค่คลิ๊ก

แทงมวย ออนไลน์

เว็บเดิมพัน

บาคาร่า

บาคาร่า

พาโชคล็อตเตอรี่

คาสิโนออนไลน์

หวยออนไลน์

UFABET

UFABET

UFABET

เครดิตฟรีสล๊อต

หวยออนไลน์

คาสิโนออนไลน์เว็บตรง

สล็อตเว็บตรง ฝากถอนวอเล็ตไม่มีขั้นต่ำ true wallet

บาคาร่า

สล็อต

ผู้เขียน หัวข้อ: 'วิรไท สันติประภพ' ถอด‘Sustainability Journey’ หัวใจ7ข้อสู่ความยั่งยืนภาคธุรกิจ  (อ่าน 76 ครั้ง)

PostDD

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13313
    • ดูรายละเอียด


ดร.วิรไท สันติประภพ ถอดบทเรียน Sustainability Journey หัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจและสังคมได้กำไรไปพร้อมกัน-แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ภายใต้หัวข้อ “Make Sustainability Perform : What works and what doesn’t” จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท (Thai Institute of Directors)

ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า Sustainability หรือความยั่งยืน เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกเริ่มพูดถึงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ จากประเทศแถบยุโรปและอเมริกาที่หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น โดยเหตุผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะประเด็นสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นตัวแปรที่สำคัญที่นำมาสู่การเปลี่ยนกฎเกณฑ์และกติกาการทำธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อย


 

ความยั่งยืนไม่จำกัดเฉพาะประเด็นสภาวะภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสภาพสังคมหรือโมเดลการทำงานที่เน้นเฉพาะหน้าและไม่ยั่งยืน โดยดร.วิรไท ยกตัวอย่างเรื่อง ‘แรงงานต่างด้าว’ ในอดีตแข่งขันด้วยค่าจ้างต่ำเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากภายนอก แต่ไม่ได้สนใจคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงาน อีกทั้งเป็นแรงงานที่ไม่มีทักษะ แต่เมื่อประเทศไทยเผชิญสถานการณ์โควิด-19 โรงงานหลายแห่งกลายเป็นคลัสเตอร์แพร่เชื้อ ส่งผลไปถึงการหารายได้โดยตรง ในทางกลับกันโรงงานที่ใส่ใจสุขอนามัยและบริหารจัดการชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานให้ดี เช่นสามารถทำ Factory Isolation ได้รวดเร็ว จะทำให้โรงงานนั้นลดการแพร่ระบาดและธุรกิจเดินต่อไปได้เร็วกว่าองค์กรที่ไม่ได้ทำเรื่องความยั่งยืน

ADVERTISEMENT


“เรื่อง social หรือสังคมก็สำคัญมาก กระทั่งเรื่องหนี้แรงงาน ก่อนมีโควิด ผมเชื่อว่าทุกบริษัทเผชิญปัญหาพนักงานมีหนี้สูงมาก บางบริษัทมีพนักงานไม่กล้ารับโทรศัพท์ หลายบริษัทมีปัญหาพนักงานย้ายออกเพราะถูกเจ้าหนี้ตาม หรือไม่มีสมาธิในการทำงานเพราะถูกเจ้าหนี้ตาม ถ้ามองรอบๆ ตัว เจ้านายหรือนายจ้างจะมีส่วนแก้ปัญหาหนี้สินได้เยอะมาก อย่าลืมว่านายจ้างเป็นคนมีความสามารถตัดเงินเดือนพนักงาน สามารถช่วยวางแผนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เห็นหลายบริษัทสนใจเรื่องเหล่านี้ เช่น ช่วยหนี้นอกระบบรีไฟแนนซ์ และแปลงหนี้ระยะยาว วิธีการเหล่านี้ช่วยพนักงานพร้อมสร้างความผูกพันให้พนักงานในระยะยาว”


 
ดร.วิรไทกล่าวต่อว่า วิธีปฏิบัติของธุรกิจจะต้องยึดแนวคิด “ธุรกิจต้องชนะและสังคมพัฒนา” กล่าวคือต้องได้ประโยชน์ทั้งองค์กรและภาคสังคม ตามหลักการ Shared Value (คุณค่าร่วมกัน) การสร้างความยั่งยืนให้องค์กรจึงไม่ใช่แค่เป็นคนดี ทำดีต่อสังคมหรือทำการกุศล

ดร.วิรไทเปรียบเทียบว่า ระบบนิเวศของ sustainability แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ไข่แดงคือ พนักงาน คู่ค้า ซัพพลายเออร์ และไข่ขาวคือ สังคมรอบข้าง ชุมชน หรือคนที่ได้รับผลกระทบจากการทำธุรกิจ

“ตัวอย่างที่เราเห็นช่วงโควิด ถ้าโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่มองแค่ ‘ไข่แดง’ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนไข้หรือบุคลากรทางการแพทย์ เราจะไม่สามารถสู้กับโควิดได้เลย แต่เราเห็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ลุกขึ้นมาตั้งโรงพยาบาลสนาม ทำศูนย์ฉีดวัคซีนด้วยต้นทุนตัวเอง ไม่ได้ค่าตอบแทนหรือกำไร ทำเพื่อช่วยภาครัฐและลดโควิด-19 ในชุมชน ใช้ความชำนาญและทรัพยากรตอบโจทย์เรื่องใหญ่กว่า เพราะเขาตระหนักว่าถ้าไม่สามารถหยุดโควิด-19 ได้ มันจะเกิดผลเสียรุนแรงต่อสังคมโดยรวม นี่เป็นการมองที่กว้างไกลกว่าไข่แดงของตัวเอง”

“อีกเรื่องที่มองไข่แดงและไข่ขาวไม่ชัดคือ ‘สิ่งแวดล้อม’ (environment) เวลาพูดถึงผลกระทบมันใช้เวลา ค่อยๆ สะสมพลังขึ้นและกระแทกเราแรง เช่นสภาวะภูมิอากาศ ปีนี้ทำลายสถิติหลายเรื่องในหลายภูมิภาค ไม่ว่าฝนตก ภัยแล้ง ไฟป่า มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ผมคิดว่าประเทศไทยเราให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศค่อนข้างน้อยในทุกภาคส่วน ไม่ว่ารัฐบาล ธุรกิจ ประชาสังคม ยังไม่เห็นการทำงานอย่างจริงจังให้เท่าทันกับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า”



เมื่อถอดบทเรียนความแตกต่างด้านความยั่งยืนระหว่าง ‘องค์กรที่ให้ความสำคัญ’ กับ ‘องค์กรที่ไม่ให้ความสำคัญ’ ดร.วิรไทพบว่ามีทั้งหมด 7 ข้อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรได้เปรียบ ดังนี้

(1) องค์กรต้องมองเรื่อง sustainability เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อให้เป็นตัวกำหนดเส้นทางเดิน (roadmap) ต้องมีกระบวนการวางแผน การติดตามผล ดังนั้นแต่ละองค์กรจะมีโจทย์เรื่องนี้ไม่เหมือนกัน และความท้าทายต่างกันขึ้นกับประเภทธุรกิจว่าธุรกิจสร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากน้อยขนาดไหน


 
ดร.วิรไทกล่าวเสริมว่า องค์กรที่ไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในยุทธศาสตร์ จะเห็นว่าการสร้างความยั่งยืนจะมาในรูปแบบ CSR (corporate social responsibility) ตัวอย่างเช่นบริษัทที่สร้างมลภาวะทางอากาศ-ก๊าซเรือนกระจก ถ้าเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอาจเข้าไปปรับกระบวนการผลิตและตั้งโจทย์ว่าทำอย่างให้ก๊าซเรือนกระจกน้อยลง ขณะที่บริษัทที่ไม่สนใจอาจทำเรื่องการปลูกป่า ซึ่งไม่ได้แก้รากของปัญหา

“เรื่องยุทธศาสตร์เป็นโจทย์ข้อแรกที่สำคัญ เพราะจะกำหนดเรื่องอื่นๆ ตามมา กรรมการบริษัทอาจต้องมีเวลาคุยกันลึกๆ ว่าจะจัดอันดับความท้าทายอีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้าว่าอะไรคือเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ณ วันนี้”

(2) เมื่อมียุทธศาสตร์แล้ว องค์กรจะต้องทำให้ sustainability เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ที่สำคัญพนักงาน front line หรือทีมหารายได้จะต้องนำความยั่งยืนเข้าไปหลอมรวมกับการทำงานให้ได้

“บอร์ดบริหารและคณะกรรมการของบริษัทมีความสำคัญมากที่สุด ต้อง set tone from the top อย่างจริงจัง เริ่มจากการตระหนักว่า sustainability เป็นยุทธศาสตร์องค์กร ได้ศักดิ์และสิทธิ์เหมือนยุทธศาสตร์เรื่องอื่นๆ แต่ปัญหาคือในประเทศไทย คณะกรรมการบริษัทไม่คุ้นกับเรื่องนี้ เราจึงต้องการบอร์ดบริหารที่มีความหลากหลาย มองให้กว้าง และมีอีกหลายมิติที่บอร์ดต้องได้รับความรู้หรือคำแนะนำ”


 
(3) พนักงานที่ขับเคลื่อน sustainability ต้องไม่ใช่พลเมืองชั้นสองหรือสามในองค์กร โดยดร.วิรไทอธิบายว่า โดยปกติพนักงานส่วนใหญ่ที่ทำในด้านความยั่งยืนมาจากการทำงานด้าน CSR มาก่อน ซึ่งบางคนมองว่างาน CSR เป็นงานของคนกลุ่มเล็กๆ แต่เมื่อความยั่งยืนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์แล้ว องค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับพนักงานด้านนี้

“ต้องจัดโครงสร้างองค์กรโดยให้บทบาทกับคนรุ่นใหม่ในการทำ sustainability หลายองค์กรที่ทำเรื่องนี้จริงจัง จะดึงพนักงานรุ่นใหม่ขึ้นมา และหลายองค์กรมีโครงการทำเรื่อง sustainability talant มีการพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ”

(4) มีงบประมาณสนับสนุนและเปลี่ยนวิธีคิดจากการมอง CSR ว่าจัดสรรงบไปเท่าไร เพราะถ้ามองแบบ CSR จะมองแบบเป็นต้นทุน แต่ถ้ามองแบบ sustainability จะต้องคิดว่าจะมีประโยชน์ที่กลับมาสู่องค์กรเป็นเท่าไรด้วย เพื่อให้ความยั่งยืนเป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ๆ

(5) องค์กรที่ทำเรื่องความยั่งยืนได้ต่อเนื่องจะต้องมีนวัตกรรม (innovation) เป็นเครื่องมือสำคัญให้ช่วยลดต้นทุนในระยะยาวหรือทำให้องค์กรมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะกระบวนการแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถเปลี่ยนวิธีหรือโครงสร้างการทำธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก ก็ต้องคิดถึงนวัตกรรม Carbon Capture and Storage (CCS) หรือที่เรียกว่าเทคโนโลยีการจัดเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

(6)มียุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่ม (value) จากนวัตกรรม เน้นไปที่การสร้างการรับรู้ของลูกค้าที่ยินดีจะจ่ายแพงกว่าในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกระบวนการและวิธีการที่ยั่งยืน หรือส่งเสริมให้เกิดการปรับกฎเกณฑ์และมาตรฐานอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สูงขึ้น ในอนาคตกฎเกณฑ์การทำธุรกิจจะสูงขึ้น องค์กรที่ไม่ทำเรื่องนี้จะอยู่ในสภาวะตั้งรับและวิ่งตามกฎเกณฑ์อุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดเวลา

(7)การบริหารความเสี่ยง เพราะเมื่อความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงด้านยุทธศาสตร์ขององค์กรด้วย

ดร.วิรไทขยายความว่า โจทย์ของการบริหารความเสี่ยงคือการสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กร เมื่อเผชิญกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจะได้เตรียมพร้อมรับความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากโลกร้อน


 
“เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยมีโอกาสได้รับความเสี่ยงจากโลกร้อนค่อนข้างมาก ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อยู่ในภูมิภาคที่ความชื้นสูง เมื่อความร้อนบวกกับความชื้นทำให้รุนแรง ภาคการเกษตร ท่องเที่ยว ก่อสร้าง ได้รับผลกระทบหมด…”

ที่ไทยไม่ค่อยพูดถึงคือ เรามีแผนตั้งรับการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะโลกร้อนอย่างไร ธุรกิจมีแผนปรับเปลี่ยนอย่างไร

“งานศึกษา-วิจัยออกมาเยอะมากว่า ผลประกอบการระยะยาวของบริษัทที่ใส่ใจ sustainability ดีกว่าบริษัทที่ไม่ได้ใส่ใจ ”

ท้ายสุด ดร.วิรไทกล่าวว่า องค์กรขนาดใหญ่ที่ไม่ให้ความสำคัญหรือไม่ทำเรื่อง sustainability จะได้รับแรงกดดันจากตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ผู้ปล่อยกู้ โดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้จะยิ่งกดดันหนัก ขณะเดียวกันองค์กรที่เผชิญแรงกดดัน จะทำให้บริษัทจำนวนมากให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น

“เราเห็นความขัดแย้งหลายเรื่องในประเทศมหาอำนาจ แต่เรื่องเดียวที่ประเทศใหญ่เห็นตรงกันคือ ‘สภาวะโลกร้อน’ มาตรฐานใหม่ๆ จะเป็นตัวกำหนดรูปแบบการทำธุรกิจและจะออกมาเร็วกว่าเดิม นำมาสู่โจทย์ใหญ่ว่าทำอย่างไรให้องค์กรใหญ่ๆ ในประเทศไทยสามารถร่วมกันขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีพลัง เรื่องนี้ต้องการระบบนิเวศเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการให้โอกาสกรรมการบริษัทต่างๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เรียนรู้ตัวอย่างดีๆ ทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูล ทำอย่างไรให้นักลงทุนสถาบันเข้าใจ ทั้งหมดช่วยขับเคลื่อน sustainability journey”

loserbigbang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 634
    • ดูรายละเอียด
iPhone 13 Pro
ด้านที่โดดเด่นที่สุดคือคะแนนการบันทึกวิดีโอที่ 119 ซึ่งเป็นหนึ่งใน  slotxo game ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กล้องของ iPhone 13 Pro อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ DxOMark

iPhone 13 Pro ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการบันทึกวิดีโอหลายด้าน รวมถึงการเปิดรับแสงที่เสถียรยิ่งขึ้น ดึงศักยภาพของออโต้โฟกัสออกมาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การติดตามวัตถุหรือการเลือกจุดโฟกัสใหม่ในวิดีโอยังทำได้รวดเร็ว ราบรื่น และลื่นไหล  slot xo  อย่างยิ่ง จนแทบจะมองไม่เห็นจุดอ่อนอยู่ในโฟกัส



สมัครสมาชิก https://slot-xo.vip
เว็บเกมส์สล็อตครบวงจรอันดับหนึ่งของเมืองไทย
ฝาก-ถอน โอนไว พร้อมโปรโมชั่นดีๆมากมาย

wodiman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 28594
    • ดูรายละเอียด

 

ธงชายหาด

รับติดแบนเนอร์เว็บบอล, รับทำseoเว็บบอล